Tips เกี่ยวกับการซื้อประกันรถยนต์ EV ขับรถไฟฟ้าควรมีไหม?

ในยุคที่โลกให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ปราศจากการเผาไหม้ จึงช่วยลดมลพิษทางอากาศ ประหยัดพลังงาน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จึงไม่แปลกที่ในปัจจุบันจะมีแผนประกันรถยนต์ EV ออกมาให้เลือกมากมาย ใครที่ลังเลว่าจะเลือกอย่างไรดี เรามีคำตอบ!

ทำไมต้องมีประกันรถยนต์ EV?

ประกันรถยนต์ EV หรือ ประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นประเภทประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงเฉพาะของรถไฟฟ้า โดยมีความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันรถยนต์ทั่วไป  ดังนี้

  • ความคุ้มครองเฉพาะทาง: ประกันรถยนต์ EV ออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงเฉพาะของรถไฟฟ้า เช่น ครอบคลุมความเสียหายจากแบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบไฟฟ้า
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: ประกันบางประเภทมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน กรณีแบตเตอรี่หมด หรือ ไฟฟ้าขัดข้อง
  • คุ้มครองการสูญเสียหรือชำรุดของสถานีชาร์จ: บางแผนประกันครอบคลุมความเสียหายของสถานีชาร์จที่ติดตั้งในบ้าน
  • เบี้ยประกันที่แข่งขัน: ปัจจุบันมีบริษัทประกันภัยหลายแห่งที่นำเสนอแผนประกันรถยนต์ EV เบี้ยประกันเริ่มต้นไม่แพง

ประเภทของประกันรถยนต์ EV

ประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มีรูปแบบความคุ้มครองคล้ายกับประกันรถยนต์ทั่วไป แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้

  1. ประกันชั้น 1:
  • คุ้มครองครอบคลุมที่สุด เหมาะกับรถใหม่ หรือผู้ขับขี่มือใหม่
  • กรณีเกิดอุบัติเหตุ จะจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณี รวมไปถึงความเสียหายของรถยนต์ที่เอาประกัน
  • คุ้มครองการสูญหาย หรือ ไฟไหม้ของรถยนต์
  • คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ลมพายุ
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน
  1. ประกันชั้น 2:
  • คุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลที่สาม และทรัพย์สินของผู้อื่น
  • กรณีเกิดอุบัติเหตุ จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายชีวิต และค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ที่เอาประกัน
  1. ประกันชั้น 3:
  • คุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลที่สาม
  • กรณีเกิดอุบัติเหตุ จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายชีวิต และค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ที่เอาประกัน และไม่คุ้มครองกรณีสูญหาย หรือ ไฟไหม้

  1. ประกันชั้น 3+:
  • คุ้มครองเพิ่มเติมจากชั้น 3 เช่น ไฟไหม้, ระเบิด, ลักทรัพย์
  • กรณีเกิดอุบัติเหตุ จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายชีวิต และค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
  • คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ที่เอาประกัน กรณีไฟไหม้ หรือ ระเบิด
  • คุ้มครองกรณีสูญหาย หรือ ลักทรัพย์ของรถยนต์

การเลือกประกันรถยนต์ EV

  • พิจารณาความเสี่ยง: ประเภทของการใช้งาน ระยะทางที่ขับขี่
  • เปรียบเทียบเบี้ยประกันและความคุ้มครอง: เลือกรูปแบบประกันที่เหมาะกับความต้องการ
  • เลือกบริษัทประกันที่มีชื่อเสียง: ตรวจสอบความมั่นคงทางการเงิน บริการหลังการขาย

การมีประกันรถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้คุณอุ่นใจ ขับขี่ปลอดภัย คุ้มครองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เปรียบเสมือนเกราะป้องกัน และให้คุณมั่นใจบนทุกเส้นทาง